**ยาบ้าแหกด่านทหารพราน 364,000 เม็ด PDF พิมพ์
เขียนโดย VRP   

2 มีนาคม 2562 เวลา 01.00 น.

พ.อ.เอกวุฒิ สุขรส ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 พ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยาติ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งนายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสิทธิ์ นายอำเภอแม่อาย ตำรวจตระเวนชายแดน334 และ ร.อ.เจริญศักดิ์ บุตรวงศ์ หัวหน้าส่วนแยก กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 เวลาประมาณ 01.00 น. ได้รับแจ้งจาก รอ.ประดิษฐ์ ดงแก้วมณี ผู้บังคับชุดปฏิบัติการทหารพราน 3205 ยึดยาบ้าได้สองกระสอบปุ๋ย โดย ได้นำกำลังผสมร่วมปฏิบัติการ30นายออกตั้งด่านสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ บนถนนสายท่าตอน-ดอยลาง ตรงช่องทางป่ากุ๋ย หมู่ที่ 3 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างทำการได้มีคนขับรถจักรยานยนต์ไม่ติดป้ายทะเบียนขับมาตรงที่ตั้งด่านมีสัมภาระเป็นกระสอบฟางสองใบ จึงเรียกให้หยุด แต่คนขับกับเร่งเครื่องยนต์หนี จึงได้นำเจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้าทำการติดตามถนนเป็นทางคดเคี้ยว และสูงชันทำให้รถจักรยานยนต์ได้แฉลบออกข้างทาง คนขับได้หนีลงเขาไปได้แต่ทิ้งสัมภาระไว้เป็นรถจักรยานยนต์ และถุงปุ๋ยจำนวน 2 ใบ   ทั้งหมดจึงได้ออกตรวจพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าในถุงปุ๋ยนั้นเป็นยาบ้า 999 จำนวนทั้งหมด182 มัด รวมจำนวนทั้งหมดได้ประมาณ 364,000 เม็ด ส่งให้ เจ้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อดำเนินคดีต่อไป

อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

นายสำราญ แสงสงค์ข่าว

DSC04611

DSC04614

 

DSC04619

DSC04628

DSC04635

S  16441677

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com
 
**จับขบวนการนำรถออกนอกประเทศ PDF พิมพ์
เขียนโดย VRP   

17 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.00.

พ.อ.เอกวุฒิ สุขรส ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 และ ร.อ.เจริญศักดิ์ บุตรวงศ์ หัวหน้าส่วนแยก กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 ได้นำกำลังจำนวน1 ชุดปฏิบัติการ8 นายออกลาดตระเวนปกติ บริเวณช่องทางป่ากุ๋ย ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างทำการลาดตระเวนตามเส้นทางถนนดินตามแนวเขา พบว่ามีรถยนต์ใหม่จำนวน3 คัน และมีผู้ขับขี่คันละ1 คน จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่ในจำนวน 3 คนได้เดินลงจากรถ แล้วได้วิ่งหนีไป 2 คน สามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบนำรถยนต์ออกนอกราชอาณาจักร จำนวน 1 คน และรถยนต์ จำนวน 3 คัน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ผู้ถูกจับกุม นายจะแล   จะโบ๋ อายุ 25 บ้านเลขที่ 46 บ้านโป่งไฮ หมู่ที่ 15 ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจยึดรถยนต์ 1. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว้ 4 ประตู สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 2. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว้ 4 ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน งบ 2082 เชียงใหม่ 3. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ แคป สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ยข 3718 เชียงใหม่ และได้แจ้งไปยังกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน334 ทางฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย พร้อมกับแจ้งให้ทางพันตำรวจเอก ก่ำแก้ว สุยาติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่อาย ทราบเพื่อมาทำการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพราะสภาพรถยังใหม่ ผู้ต้องหาได้ทำการนำเอากระดาษมาปิดไฟท้าย ไฟหน้าเพราะว่ากลัวเจ้าหน้าที่จะเห็น สอบถามว่าจะนำไปใช้ในป่า แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเพราะ อีก 2 คนได้หลบหนี ทาง ร.อ.เจริญศักดิ์ บุตรวงศ์ หัวหน้าส่วนแยกกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางรถยนต์ ส่งให้ เจ้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อดำเนินคดีต่อไป

อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

นายสำราญ แสงสงค์ ข่าว

657574

657568

 

 657573

657522

657524

 

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com
 
**ชาวบ้านร่วมทำแนวกันไฟป่าป้องกาแฟและหมู่บ้านตนเอง PDF พิมพ์
เขียนโดย VRP   

15 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 07.00 น.

ชาวบ้าน 8 หย่อมบ้าน หมู่ที่ 10 บ้านโป่งพัฒนา ตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมวันละ130-150 คนเข้าทำการสร้างแนวกันไฟป่าเข้าหมู่บ้าน และป้องกันไฟป่าเข้าเผาไร่กาแฟของชาวบ้านที่ปลูกร่วมกับป่า นายสิงห์   จันทร์จีรัสถ์ ผู้ใหญ่บ้าน ได้แจ้งว่าได้จัดทำแนวกันไฟป่าทุกปีตั้งแต่ปี 2552-2562 จัดทำกันมาแล้วร่วม 10 ปี ได้รับความร่วมมือกับชาวบ้านทุกครัวเรือน 123 ครัวเรือน มีชาวบ้านมาเพิ่มทุกวันปีนี้ จัดทำแนวกันไฟป่าตั้งแต่วันที่ 13-16 ก.พ. 62 เป็นเวลา 4 วัน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนถึงหน้าไฟไหม้ป่า ในปีที่แล้วนั้น ไฟป่าไม่มีเพราะว่าชาวบ้านทุกคนให้ความร่วมมือไม่เผาป่า คอยเป็นหูเป็นตาให้กันและกัน เพื่อป้องกันไฟป่าเข้าทำลายไร่กาแฟของตนเอง จึงไม่มีไฟป่า ในปีนี้ก็คาดว่าจะไม่มีการเผาป่า เพราะทุกคนรักในผืนป่าของตนเอง ซึ่งเป็นป่าต้นทุนแหล่งน้ำในการทำการเกษตร และอุปโภคบริโภคทั้ง 8 หย่อมบ้าน ชาวบ้านที่อยู่ปลายน้ำได้ใช้กันทั่วถึง ยังสามารถเก็บรักษาในอ่างเก็บน้ำแม่นาวางตามศาสตร์พระราชา เกษตรกรใช้ทำนาได้ตลอดปี ทำสวนทำไร่ได้ตลอดปี จึงไม่มีการเผาในป่านี้ ต้นไม้ใหญ่ยังมีพอประมาณ และยังสมบูรณ์ อยู่ชาวบ้านที่นี่ช่วยกันรักษาดีมากๆ ทางนายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสิทธิ์ นายอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ได้เข้ามาให้กำลังใจ และสนับสนุนงบประมาณทำอาหารเลี้ยงชาวบ้านที่มาช่วยจนแล้วเสร็จ ยอมรับว่าชาวบ้าน ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมจริง และยังไม่เคยเห็นที่ไหน ที่มีการร่วมมือกันจัดทำแนวกันไฟป่า 3-4 วัน แบบนี้ ยังจัดเวรยามคอยดูแลป่ากันอย่างเข้มแข็ง ดอยแปร นี้มีความสูง 1,400 เมตร ปลูกกาแฟอาราบีก้าสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านครอบครัวละ 25,000-70,000 บาท ในปีที่แล้ว และจะสร้างรายได้ในปีต่อไป อีกชั่วลูกหลานถ้าร่วมมือกันรักษาป่า และป้องกันไฟป่าไม่เผาป่า ทางหมู่บ้านได้ร่วมมือกันรักษาป่าโดยนำกาแฟมาปลูกสร้างรายได้ให้กับตัวเอง และเกิดความรักและห่วงแหนในการรักษาป่า ในวันนี้มีทั้งเจ้าหน้าที่ อาสารักษาดินแดนแม่อาย ปลัดอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหลวง กำนันผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา เยาวชน ได้มาร่วมกัน คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จทั้ง 15 กิโลเมตร ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562

อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

นายสำราญ แสงสงค์ ข่าว

DSC5

DSC.1

DSC2

DSC3

DSC4

DSC6

DSC7

DSC8

 

 

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com
 
**ปิดล้อมยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด 7 เป้าหมายเชียงดาว PDF พิมพ์
เขียนโดย VRP   

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 06.00 น.

พลตำรวจโท ชินภัทร์ สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้มาทำการปล่อยแถวเจ้าหน้าที่กำลังผสม ชุดสยบไพรี โดยมีเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมบูรณาการ ของตำรวจปราบปรามยาเสพติด ปปส. ทหารกองกำลังผาเมือง ตำรวจภูธรเชียงดาว กองร้อยอาสารักษาดินแดนชียงดาว dsi บก. ปส.ชนที่1 ฝ่ายปกครองเชียงดาว ตชด. 335 จำนวนทั้งหมด 325 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น และยึดทรัพย์กลุ่มขบวนการเครือข่ายยาเสพติด และฟอกเงิน ที่ ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด 7 จุด โดยรวมกำลังผสมที่สนามฟุตบอลของ ค่ายทหารพิชิตปรีชากร ได้ทำการปล่อยขบวนรถลำเลียงเจ้าหน้าที่ เข้าทำการตรวจค้นทั้งหมดทั้ง7 จุด เพื่อเป็นการปราบปราบขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ จากชายแดนใกล้แหล่งผลิต และลักลอบลำเลียงจากนอกประเทศเข้าสู่ชั้นของประเทศไทย ซึ่งได้ทำกันเป็นขบวนการ เป้าหมายที่ 1. น.ส.บังอร เลาจาง 197 หมู่ 7 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป้าหมายที่ 2 นายทะนงศักดิ์ ภูริบริบูรณ์ 134 หมู่ 7 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่   เป้าหมายที่ 3 นายธวัชชัย เลาจาง 395 หมู่ 7 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป้าหมายที่ 4นายปิยะ เลาหาง 51 หมู่ 7 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป้าหมายที่ 5 นายปิยะ เลาหาง ไม่มีเลขที่บ้าน หมู่ 7 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป้าหมายที่ 6 นางลี่ เลาจาง 189 หมู่ 7 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป้าหมายที่ 7 นายมังกร ภูริบริบูรณ์ 48/2 หมู่ 7 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่   โดยทั้งหมดเป็นขบวนการค้ายาเสพติด ที่ส่งลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่เมืองชั้นใน ซึ่งเป็นการจัดทำตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งให้ทำการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อเป็นการผลักดัน และจู่โจมกวาดล้างให้ขบวนการหมดไป ทำการตรวจยึดทรัพย์ต่อไป จากการปฏิบัติการณ์ ทางพลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงถึง ยุทธการสยบไพรี ทราบว่าจะมีการลำเลียงสิ่งเสพติดเข้ากรุงเทพ เจ้าหน้าที่ บช บส ได้เข้าพื้นที่เครือข่ายที่ บ้าน น.ส.อารี แซ่ย่าง 174 หมุ่ 13 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่และบ้านนายโย้ง แซ่ซัง 123/1 หมุ่13 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ชึ่งคาดว่า จะทำการขนยาเสพติดเข้ากรุงเทพ แต่ไม่พบ แต่ทาง จนท. ทราบความเคลื่อนไหวว่า พบรถซึ่งคาดว่า น่าจะมีสิ่งผิดกฎหมาย ที่จังหวัดลำปาง ออกมาจากเส้นทาง อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ พบรถกระบะโตโยต้า มีตู้ทืบ สีครีมเทา หมายเลขทะเบียน 1ฒฒ 3979 กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ บช. บส. ตามติดตลอดเวลา ได้ให้ชุดร่วมทำการสกัดที่ จังหวัดลำปาง พบว่ามีกล่องพลาสติกใส่สตรอเบอรี่อยู่ พบยาไอซ์ 14 กล่องจำนวน 100 กิโลกรัม และ91กล่องเป็นยาบ้า 7,300,000 เม็ด โดยประมาณ จึงได้ทำการควบคุมตัวทั้งผู้ต้องหาและยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้วนำมาแถลงข่าวที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่5กองกำลังผาเมือง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และนำตู้เซฟมาทำการเปิดโดยใช้ไฟแก๊ส ได้ทรัพย์สินทองแทง 2 แผ่น น้ำหนักประมาณ 20 บาท และเอกสารทรัพย์สินอีกจำนวนหนึ่ง รถยนต์ 3 คัน บ้าน2 หลัง ซึ่งยังประเมินมูลค่าไม่ได้และรวบรวมหลักฐานเข้าทำการตรวจยึดเพิ่มเติมภายหลังต่อไป

อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

นายสำราญ แสงสงค์ ข่าว

S  14033375

DSC

 

DSC1

S  14033372

S  14033373

S  14033376

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com
 
**จับต่างด้าวขนยาบ้าเข้าประเทศไทย PDF พิมพ์
เขียนโดย VRP   

8 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 07.00 น.

พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ต.ทมพการ จินดาธรรม สว.กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ ปฏิบัติหน้าที่ หน.ชุด ปส.ภ.จว.ชม.,ร.ต.อ.วรรณศักดิ์ จริยา ,ร.ต.อ.อัษฎกร ใจหงอก,ร.ต.ท.เกรียงไกร มะโน,,ร.ต.ท.สมาน ไชยทองศรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชปส.ภ.จว.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหา 1 คน ชื่อนายจะแฮ ไม่มีนามสกุล อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมาร์ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 20,000 เม็ด มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและเป็นบุคคลต่างด้าว เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาต สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนหน้าทางเข้าโครงการไฟฟ้าพลังน้ำมาว ม.5 ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสาย ซึ่งประสงค์เงินรางวัลสินบนนำจับว่า จะมีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด (ยาบ้า) บริเวณริมถนนหน้าทางเข้าโครงการไฟฟ้าพลังน้ำมาว ม.5 ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จึงทำการตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ บริเวณริมถนนหน้าทางเข้าโครงการไฟฟ้าพลังน้ำมาว ม.5 ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ (ที่เกิดเหตุ) เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบชายต้องสงสัย (ผู้ต้องหา) ท่าทางมีพิรุธ มีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้น มีสิ่งของในความครอบครอง เพื่อจะใช้ในการกระทำผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำผิด และมีไว้เป็นความผิด จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอทำการตรวจค้นตัว โดยก่อนทำการตรวจค้นตัวได้แสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และจากการสอบถามผู้ต้องหาไม่สามารถพูดคุยสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ จึงได้ทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 10 มัด ประมาณ 20,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าสะพายข้างสีน้ำตาล ที่ผู้ต้องหาสะพายอยู่ข้างขวา ขณะถูกจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามายัง ที่ทำการเจ้าพนักงานตำรวจ สภ.ฝาง จว.เชียงใหม่ เพื่อจัดทำบันทึกการจับกุมสอบสวน และขยายผลโดยได้ทำการจัดหาล่ามแปลภาษามาร่วมในการสอบสวนสืบสวนขยายผล จากการสอบถามผู้ต้องหาผ่านล่ามแปลภาษา ทราบว่า ผู้ต้องชื่อ นายจะแฮ ไม่มีนามสกุล อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมาร์ และไม่มีบัตรประจำตัว หรือเอกสารประจำตัวใดๆ ไม่สามารถพูดและเขียนภาษาไทยได้ จากการสอบถามผ่านล่ามทราบว่า ผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยผ่านช่องทางธรรมชาติ เส้นทางบ้านนอแล ลงมายัง บ้านลาน ม.5 ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อนำยาเสพติดดังกล่าวมาจำหน่ายในพื้นที่ ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนชาวเมียนมาร์ ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฝาง จว.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

นายสำราญ แสงสงค์ ข่าว

S  13656108

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL

ข่าวสาร Facebook

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้697
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1215
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้5139
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว5043
mod_vvisit_counterเดือนนี้19653
mod_vvisit_counterทั้งหมด1837722

มีผู้ใช้งาน: 39 บุคคลทั่วไป, 1 bots ออนไลน์
ไอพี: 3.88.156.58